บันทึกการท่องเที่ยว ในทุกๆที่ ของการเดินทางด้วยรถบ้าน

ก่อนออกเดินทาง คุณสามีก็หาข้อมูลเรื่องการเดินทางและจุดจอดตาม Blog หรือพวกกระทู้ต่างๆ หลังจากหาข้อมูลได้สักระยะ เค้าก็มาเล่าให้ฟังว่า มีกระทู้นึงบอกว่า ไม่ควรจอดในที่ เปลี่ยวหรือมีแค่เราคันเดียว ควรหาจอดที่ที่มีคนอื่นๆจอดด้วยเพื่อความปลอดภัย และเค้าก็เล่าต่อว่า มีอีกคนนึงมาแชร์ประสบการณ์ บอกว่า เค้าไปจอดในที่ ที่มีรถบ้านจอดอยู่แล้ว 5-7 คัน และรถของเค้าคนนั้นก็ถูกขโมยขึ้น โดนทุบหน้าต่างรถ ตอนเค้าไม่อยู่และขโมยของในรถไป เอิ่มมม.. สรุปคือไม่ต้องอ่านต่อละ ช่วยเหลือตัวเองละกัน จบ...

เห็นเค้านั่งๆ อ่านอยู่หลายวัน นึกว่าจะไม่ได้อะไรเลย ในที่สุดเค้าก็บอกว่า ไออ่านๆ และไปเจอ Apps นึง น่าสนใจมาก Apps นี้จะสามารถมองเห็นจุดจอด หรือ Camping ในแต่ละประเทศทั่วยุโรป (พอลองเลือกประเทศไทย ไม่เห็นอารายขึ้นมาเลยยย) ซึ่งใน Apps นี้ก็จะมีรูปและสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) พร้อม รีวิวของคนที่เคยไป มาให้เราอ่านด้วย Apps นี้ชื่อว่า "Park4night" (ใส่ Link ไปที่เวปไซด์ให้แล้วนะคะ) สิ่งที่น่าทึ่งของ Apps นี้คือ ทุกๆคนสามารถเพิ่มจุดจอดใหม่เองได้ สมมติ ว่า เราเดินทางไปประเทศอิตาลี แล้วไปเจอจุดจอดที่นึงที่ยังไม่มีใน Apps นี้ เราก็สามารถสร้างจุดจอดนี้ขึ้นมาได้พร้อมอธิบายและใส่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แชร์ให้คนอื่นๆเข้ามาดูและคนอื่นๆที่เคยมาก็สามารถเพิ่มรูปพร้อมรีวิวจุดนี้ได้ Apps นี้เป็นเหมือน Social Media ของคนที่ชอบเดินทางแบบนี้เลยค่ะ มาดูหน้าตาของ Apps นี้และส่วนอื่นๆ ที่น่าสนใจกันเลยค่ะ
  • เลือกภาษาได้ 6 ภาษา คือ ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาอังกฤษ, ภาษาเยอรมัน, ภาษาอิตาลี, ภาษาสเปน และภาษาเนเธอร์แลนด์ รูปที่แสดงให้ดูนี้มาจากมือถือของคุณสามีค่ะ เค้าเลือกใช้ภาษาเยอรมัน แต่มือถือเรายังไม่สามรถโหลด Apps นี้มาใช้ได้ เนื่องจากติดปัญหาบางประการของมือถือค่ายผลไม้ มีรอยกัด เซ็ง...
  • พอเลือกที่ประเทศนั้นๆ ก็จะขึ้นจุดที่มีที่จอดรถ หรือที่ตั้งแค้มป์ ให้เห็นเลยชัดเจน ซึ่งในยุโรปจะมีเยอะมากกกก
  • พอ Zoom In เข้าไปก็จะเห็นรายละเอียดว่าพื้นที่นั้นๆ มีจุดจอดประเภทไหนบ้าง โดยจะสังเกตได้จากสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น
    • รถบ้านสีเขียว (Free car park for campers) : จุดจอดรถนี้ เป็นจุดจอดรถแบบสาธารณะ จอดรถบ้านได้แบบฟรี ไม่เสียค่าจอด
    • รถบ้านสีแดง (Paying car park for campers) : จุดจอดรถนี้ เป็นจุดจอดรถแบบสาธารณะ แต่มีเจ้าของ ซึ่งเจ้าของจุดจอดนี้อาจจะเป็น หน่วยงาน, ตำบล, อำเภอ หรือ พวกห้างร้านใหญ่ๆ ซึ่งสามารถจอดรถบ้านได้ แต่มีค่าจอด โดยค่าจอดเท่าไหร่ก็สามารถคลิกเข้าไปเพื่อดูว่าคืนละเท่าไหร่ ต่อคน ต่อรถ ฯลฯ
    • รถบ้านสีน้ำเงิน (Private car park for campers) : จุดจอดนี้ไม่ได้เป็นที่สาธารณะ แต่มีเจ้าของ เช่น นาย A มีพื้นที่เยอะเลยจัดพื้นที่ให้รถบ้านจอดได้ แต่มีค่าจอด บลาๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวก บลาๆ
    • สัญลักษณ์โต๊ะและต้นไม้ (Picnic area) : คือถ้าเห็นสัญลักษณ์นี้ โดยส่วนใหญ่คนจะเลือกจอดแบบสั้นๆ 1-2 ชม. และพักทานอาหาร
    • สัญลักษณ์ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ สีฟ้า (Rest area) : โดยส่วนใหญ่เวลาคนเห็นสัญลักษณ์แบบนี้จะเห็นพวกสิบล้อจอดรถเพื่อตรวจเช็คยาง หรือออกไปฉิ้งฉ่อง หรือรถบางคันอาจจะพักเพื่อโทรศัพท์ หรือ ทำงาน จุดจอดนี้เป็นพื้นที่ข้างๆ ถนนใหญ่ จอดรถได้ไม่มาก ส่วนใหญ่จะจอดกันประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้น
    • สัญลักษณ์ทิ้งของเสียในรถบ้าน (Service area without parking) : คนขับรถบ้านส่วนใหญ่จะมีน้ำเสีย(Greywater) อยู่แล้ว แต่เวลาถังน้ำเสียเต็มรถก็จะหนักและสิ้นเปลืองน้ำมัน เลยอาจจะต้องมองหาป้ายสัญลักษณ์นี้เพื่อถ่ายเทน้ำเสียในรถออก ซึ่งจุดนี้จอดและเทน้ำทิ้งและต้องเดินทางต่อไป ห้ามจอดนอนนะคะ
    • สัญลักษณ์รูปเต้นท์ (Camping) : เป็นจุดตั้งแค้มป์ได้ และ ส่วนใหญ่จะเสียเงิน
    • สัญลักษณ์รูปรถไถ (On the farm (farm, vineyard ...)) : ถ้าเจอสัญลักษณ์แบบนี้ คิดไว้เลยว่าจะต้องเป็นโรงนา หรือพวกไร่องุ่น มีจุดจอดที่อาจจะฟรี หรือเสียเงิน
    • รถกระบะสีเหลือง (Off road (4x4)) : รถใครไม่เหมาะจะ Adventure ก็อย่าเลือกจุดนี้ คนที่จะจอดจุดนี้ได้ เกียร์ต้องพร้อม รถต้องชัวร์ เพราะทางไปอาจจะเป็นเขาเป็นเหว ถนนไม่ค่อยดีนัก
    • ตัว P สีขาวพื้นหลังสีฟ้า (Parking day and night) : สามารถจอดได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าเจอสัญลักษณ์นี้ก็ไม่ต้องฝันถึงสิ่งอำนวยความสะดวก บางที่อาจจะมีห้องส้วมให้แต่สภาพค่อนข้างแย่ ฉนั้นจอดรถนอนตื่นแล้วก็ไป แค่นั้นนะ..
    • ตัว P สีเหลืองพื้นหลังสีฟ้า (Parking Day Only) : สามารถจอดรถได้แค่ตอนเช้าหรือตอนมีแดดเท่านั้น พอพระอาทิตย์ตกดินก็ต้องเดินทางต่อไป.. เช่นเคย ที่จอดรถแบบนี้อย่าหวังอะไรมากสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก
    • สัญลักษณ์ต้นสน (Surrounded by nature) : เจอสัญลักษณ์แบบนี้ให้คิดไว้เลยว่า ต้องเป็นพื้นที่ป่าเขา หรือ พื้นที่สีเขียว
  • พอคลิกเลือก สัญลักษณ์สัก 1 อันด้านบน คุณก็จะเห็นรายละเอียดเบื้องต้น เช่น จำนวนดาว หรือ Ratting ของจุดนี้ เช่นในรูปได้ 4 ดาว แปลว่าคนค่อนข้างประทับใจ พร้อมมีรีวิวให้อ่าน และ จำนวนรูปที่มีคน Upload ไว้ ดี้ดี..
  • พอตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอาจุดจอดตรงไหน ก็แค่คลิกเลือกอีกครั้ง รูปและรายละรายละเอียดต่างๆก็จะแสดงขึ้นมา หากเราเลื่อนๆ ลงไปก็จะเห็นรายละเอียดพวก สิ่งอำนวยความสะดวกแสดงเป็นสัญลักษณ์ ดูในรูปนะคะ


ความแตกต่าง ระหว่างถนน
ระหว่างการออกเดินทางก็ต้องเลือกว่าจะ เดินทางบนถนน แบบไหน เพราะที่ยุโรป จะมีถนนให้เลือก 2 แบบคือ ถนนธรรมดาที่มีการเก็บเงินใดๆ หรือจะเรียกว่า ถนนสายชนบทแบบบ้านเราก็ได้ เพราะถนนแบบนี้จะไม่กว้างและต้องขับรถสวนกัน ขับๆไปก็ต้องผ่านหมู่บ้าน พอถึงหมู่บ้านเล็กๆ ก็ต้องชลอ เพื่อทำความเร็วก่อนเข้าเขตชุมชนให้ได้ที่ 35-40กิโลเมตร/ชั่วโมง บางจุดก็อาจจะติดกล้องถ่ายรูปไว้เพื่อจับภาพ ของรถยนต์ที่ขับเร็วเกินกว่า ความเร็วที่กำหนด ถนนอีกประเภทคือ ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ถนนชนิดนี้ จะกว้างขวาง ขับสบาย ใช้ความเร็วได้ไม่จำกัด (บางเส้น) แต่ข้อเสียคือ มีการเรียกเก็บเงินเป็นจุดๆ ค่าผ่านทางของแต่ละประเทศจะไม่เท่ากัน แต่มีประเทศเดียวที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางเลยคือ ประเทศเยอรมัน
ประเภทของถนนข้อสังเกต
ถนนธรรมดาไม่ต้องเสียค่าผ่านทาง
ถนนจะเล็ก ต้องขับอย่างระมัดระวัง
ทำความเร็วมากไม่ได้
ถึงที่หมายจะล่าช้า เพราะต้องขับช้าๆ เวลาผ่านหมู่บ้าน
ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ถนนใหญ่ กว้างขวาง
ทำความเร็วได้ ไม่จำกัด (บางเส้นจะอนุญาต)
เสียค่าผ่านทาง เป็นจุดๆ
ให้ความรู้สึกปลอดภัยมากกว่า

ข้อดีของถนนทั้ง 2 แบบคือ คนยุโรปที่ใช้ถนนส่วนใหญ่ จะ เคารพกฏจราจรอย่างเคร่งครัด หากต้องจำกัดความเร็ว คนพวกนี้จะลดความเร็วทันที อยู่บนท้องถนนก็จะรู้สึกปลอดภัยมากกว่าบ้านเรา
บันทึกการท่องเที่ยว