น้ำเงี้ยวง่ายๆ ในต่างแดน

น้ำเงี้ยวพร้อมรับประทาน
น้ำเงี้ยวพร้อมรับประทาน
น้ำเงี้ยว เป็นอาหารประจำภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่ โดยส่วนตัวผู้เขียนเองก็มีภูมิลำเนามาจากจังหวัดเชียงราย พอได้เดินทางมาอยู่ต่างประเทศ ทำให้เมนูที่ต้องทำกินบ่อยๆ นั่นคือ น้ำเงี้ยว นั่นเองงง (กินแล้วหายคิดถึงบ้าน) อย่างที่ผู้เขียนในเกริ่นไว้ตอนแนะนำตัวว่า เป็นคนที่ชอบกินน้ำเงี้ยวมาก เพราะกินได้ตลอดไม่มีเบื่อ แต่สิ่งที่แย่คือต่างประเทศไม่มีขนมจีน มีแต่พวกเส้นเล็ก หรือ เส้นมาม่า ถั่วงอก และกินแคบหมู ควรหาซื้อไว้ด้วยจะอร่อยมากก โชคดีมากที่ประเทศโปรตุเกสมีแคบหมูขาย เลยได้ฟินอร่อยอยู่คนเดียว วันนี้จะมาบอกสูตรการทำน้ำเงี้ยวต้นตำหรับง่ายๆ จะขอรับประกันเลยว่า หลังจากที่คุณทำน้ำเงี้ยวตามสูตรนี้แล้ว คุณจะได้รสชาด แบบต้นตำหรับน้ำเงี้ยวคนเชียงราย 100% อร่อยมากกกกก

ก่อนอื่นก็ต้องมาดูก่อนว่า ต้องเตรียมส่วนผสมอะไรบ้าง
  • ดอกงิ้วตากแห้ง 1 กำมือ ถ้าหาได้แบบเป็นซองๆ ที่แบ่งขายตามตลาดสดในภาคเหนือก็ใส่สัก 2 ซอง แต่ต่างประเทศไม่มีขายแน่นอน ต้องหิ้วมาเองนะคะ
  • หมูสับ ประมาณ 400-500 กรัม หรือครึ่งกิโลกรัม นั่นเอง
  • กระดูกเล้ง 5 ชิ้น ถ้าไม่มี ก็ ใส่กระดูกซี่โครง 4-6 ท่อน
  • มะเขือเทศลูกเล็ก ไม่มีก็ใส่ลูกใหญ่ ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ไม่ต้องใส่ค่ะ ที่เห็นในรูปคือ หาซื้อมาได้ ขนาดใหญ่กว่าเหรียญ 1 ยูโร นิดนึง(สำหรับบ้านเรามีมะเขือลูกเล็กๆ ขนาดเท่า ลูกแก้ว ถ้าใส่มะเขือเทศแบบนั้น จะได้น้ำซุปที่เปรี้ยวขึ้นมาอีกนิดนึงค่ะ อร่อยไปอีก แบบ) พอล้างมะเขือเทศเสร็จก็หั่นครึ่งเตรียมไว้
  • เครื่องแกงน้ำเงี้ยว 2 ซอง บางคนจะใส่ซองเดียวก็ได้ แต่ผู้เขียนอยากได้รดชาติ ที่เข้มข้นสักหน่อย
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ อยากได้รสชาติเค็มแบบกลมกล่อม เลยใส่เพิ่มไปนะคะ ถ้าคนไม่ชอบเค็มก็ไม่ต้องเติมจ้า
  • ถั่วงอก และ แคบหมู เตรียมไว้กินคู่กับน้ำเงี้ยว

วิธีทำน้ำเงี้ยวง่ายๆ แต่อร่อยแบบต้นตำหรับ | ทำน้ำเงี้ยวกินเองง่ายๆ ในต่างแดน | น้ำเงี้ยวสูตรนี้อร่อย

  1. ก่อนจะเริ่มลงมือทำ สิ่งแรกที่ควรจะทำที่สุดสำหรับเมนูนี้คือ นำดอกงิ้วที่ได้มา แช่น้ำเลยค่ะ เพราะดอกงิ้วที่แห้งจะแข็งมาก ต้องแช่น้ำจนกว่า ดอกงิ้วจะอิ่มน้ำ หรือแช่ไว้สักประมาณ 30 นาที ** ขอเตือนมือใหม่ที่กำลังหัดทำ ว่าอย่าใส่ดอกงิ้วเยอะเกินไปนะคะ ดอกงิ้วตอนยังแห้งๆ จะดูเหมือนไม่เยอะ แต่พอเริ่มพองน้ำ และพอไปอยู่ในหม้อต้มจะลอยอืด เต็มหม้อเลยค่ะ
  2. หาหม้อใบขนาดกระทัดรัดมา 1 ใบ เราทำกินคนเดียวหม้อก็ไม่ต้องใหญ่มากนะคะ แล้วก็ใส่น้ำสะอาดปริมาณตามภาพเลยค่ะ จะเห็นได้ว่า ปริมาณน้ำจะเกินครึ่งหม้อมานิดนึง ห้ามใส่น้ำเกือบเต็มหม้อนะคะ เพราะเราต้องใส่ เนื้อสัตว์ และ กระดูก ฯลฯ เดี๋ยวมันเดือดปุดๆ น้ำก็จะทะลักออกหม้อได้ค่ะ จากนั้นก็ใส่เกลือ ประมาณ 1 ช้อนชา ลงไป หากใครมี รากผักชี ก็มัดๆ แล้วใส่ลงไปตอนนี้เลยค่ะ แต่ที่ต่างประเทศ ไม่มีขายรากผักชีค่ะ
  3. ในระหว่างที่ต้มน้ำอยู่ก็จัดการล้างๆ กระดูกซี่โครงที่เตรียมไว้ จริงๆแล้ว เราควรหากระดูกที่เป็น กระดูกที่เอาไว้ต้มน้ำซุป หรือ กระดูกที่เอาไว้ใช้ทำ ต้มเล้งแซ่บ แต่ในต่างประเทศกระดูกประเภทนั้นจะ หายากมาก วันนี้หาได้แค่ กระดูกซี่โครง นะคะ พอล้างเสร็จแล้วก็จัดการใส่ลงไปในหม้อได้เลยค่ะ ในขณะที่เราต้มน้ำซุปกระดูกอยู่ ควรจะนำดอกงิ้วที่แช่น้ำไว้แล้ว มาใส่และต้มไปพร้อมๆ กัน เพราะกว่าดอกงิ้วจะสุกและนิ่ม ต้องใช้เวลาต้มหลายชั่วโมง ในระหว่างที่ต้มกระดูกหมู หรือ กระดูกซี่โครงนี้ หากมีฟองก็หมั่นตักฟองออกไป
  4. ในระหว่างที่เราต้มน้ำพร้อมกระดูกและดอกงิ้ว เราก็จุดเตาแก็สอีกหัวนึง และนำกะทะใส่น้ำมันเตรียมผัด เปิดไฟกลางๆไว้ จากนั้นใส่หมูสับลงไป ผัดๆจนหมูสับเริ่มๆ จะสุกก็ใส่เครื่องแกงน้ำเงี้ยวลงไป 2 ซอง
  5. หากจะเพิ่มความเค็มแบบกลมกล่อมก็เพิ่มกะปิ ไปสัก 1-2 ช้อนโต๊ะ ผัดๆๆ ให้เข้ากัน ถ้าไม่ชอบเค็มก็ไม่ต้องใส่นะ
  6. จากนั้นนำมะเขือเทศที่เตรียมไว้มาใส่ลงไป .. ถ้าไม่มี มะเขือเทศหรือไม่ชอบกิน ก็ไม่ต้องใส่นะคะ..
  7. หลังจากที่ผัดๆ ทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว มะเขือเทศก็เริ่มสุกแล้ว จากนั้นก็ค่อยๆ ตักทุกอย่างที่เราผัดๆ ใส่หม้อต้ม ค่อยๆตัก และคนๆ ไป
  8. จากนั้นก็ต้มไปเรื่อยๆ ด้วยไฟกลางๆ สักประมาณ 1-2 ชม. พอผ่านไปสัก 1 ชม. ก็หมั่นมาดูว่า ดอกงิ้ว สุกและนิ่มหรือยัง หากสุกแล้ว คราวนี้ก็ต้องชิมรสของน้ำซุปดู และเติมน้ำตาลทราย หรือ น้ำตาลปิ๊บ ลงไป อันนี้แล้วแต่ชอบเลยนะคะ หากชอบหวานมาก ก็ใส่ 1 ช้อนโต๊ะ แต่ควรเริ่มจาก ครึ่งช้อนโต๊ะ ก่อน พอได้ที่ก็ปิดไฟและรับประทานคู่กับ ถั่วงอกและแคบหมู หรือ หนังปอง บ้านเรา บีบมะนาวใส่ลงไปด้วย ลำแต้ๆ
เพิ่มเติม เมนูอาหารระหว่างทาง