อาบน้ำนอกรถบ้านฟรีๆ ด้วยถุงน้ำอุ่น พลังงานแสงอาทิตย์

อาบน้ำนอกรถบ้านด้วยถุงน้ำอุ่นพลังงานแสงอาทิตย์
อาบน้ำนอกรถบ้านด้วยถุงน้ำอุ่นพลังงานแสงอาทิตย์

อาบน้ำนอก(รถ)บ้าน

ขึ้นชื่อว่า "รถบ้าน" ก็เหมือนบ้าน คือมีห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น หรือแม้กระทั่ง ห้องอาบน้ำ ซึ่งในห้องอาบน้ำก็จะมี ฝักบัว อยู่หลายๆ ตัว (คุณสามารถอ่านรายละเอียด ได้ที่หัวข้อ "รถบ้าน (Camping Car)" นะคะ) และ มีระบบน้ำอุ่นและน้ำอุณหภูมิธรรมดาๆ ซึ่งระบบน้ำอุ่นก็มาจาก หม้อต้มน้ำร้อน หรือ Boiler นั่นเอง เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า รถบ้านมีพลังงานไฟฟ้ามาจากไหน และทำงานยังไง ดังนี้ค่ะ


รถบ้านคันนี้มี แบตเตอรี่ (Battery) อยู่ ทั้งหมด 3 ตัว

  • แบตเตอรี่ (Battery) ตัวแรก จะเป็นตัวเก็บพลังงานไฟฟ้า สำหรับส่วนของเครื่องยนต์ และ แบตเตอรี่ ส่วนนี้จะมีการ ชาร์จ (Charging) โดยอัตโนมัติ ในขณะที่เราขับรถ
  • แบตเตอรี่ (Battery) 2 ตัวหลังรถ จะเป็นตัวเก็บพลังงานไฟฟ้า สำหรับในส่วนของในตัวรถบ้านทั้งหมด เช่น ไฟในห้องต่างๆ ทีวี ตู้เย็น ปลั๊กไฟสำหรับเสียบใช้ในรถ รวมถึง หม้อต้มน้ำ (Boiler) แต่เราไม่ใช้ไฟฟ้าจาก แบตเตอรี่ (Battery) 2 ตัวนี้ มาต้มน้ำ เพราะต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามาก อาจจะทำให้ แบตเตอรี่ (Battery) นี้หมดอย่างรวดเร็ว ซึ่ง แบตเตอรี่ (Battery) 2 ตัวนี้จะมีการชาร์จ (Charging) โดยมาจาก
    • ชาร์จไฟ ด้วย พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) เป็นแผง อยู่ด้านบนรถบ้าน
    • ชาร์จไฟ ด้วย ตัวเจนเนอร์เรเตอร์ (Generator) ในรถบ้านจะมี อยู่ 1 ตัว (เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เพราะตัวเจนเนอร์เรเตอร์จะทำงานได้โดยการเติมน้ำมัน เปลืองอีก...)
    • ชาร์จไฟ ด้วยไฟฟ้าที่มากจากนอกรถ โดยจะเป็นเหมือนปลั๊กไฟ ที่รถบ้านสามารถเสียบและใช้พลังงานจากนอกรถได้ หรือเรียกอีกอย่างว่า Land line (พลังงานที่มาจากนอกรถนี้ ตาม แค้มป์ต่างๆ จะมีเต้าเสียบ เตรียมไว้ให้ บางที่ฟรี และบางที่เราต้องเสียเงินค่าไฟฟ้า เช่น 50 เซนต์ ถึง 1 ยูโร ต่อ 1 ชั่วโมง หรือ 2.5 ยูโรต่อ 1 วัน ราคาจะเก็บต่างกัน แล้วแต่ละประเทศนั้นๆ ด้วย เป็นต้น
ระบบแก็ส

นอกเหนือจากแบตเตอรี่ รถบ้านคันนี้ ก็ยังมีระบบแก็ส เป็นพลังงานทางเลือกอีก แต่ระบบแก็สไม่ได้ใช้เป็นตัวสร้างพลังงานไฟฟ้าหลัก แต่จะใช้สำหรับส่วนของการทำอาหารและเตาอบ แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของระบบแก็สคือ ตู้เย็นสามารถเลือกใช้พลังงานไฟฟ้าที่มาจากแบตเตอรี่และมาจากระบบแก็สได้ อันนี้สะดวกสบายมากค่ะ และระบบแก็สก็ประหยัดดีค่ะ

หลังจากมีความรู้เรื่องที่มาของไฟฟ้าแล้ว ก็กลับมาเรื่องการอาบน้ำกันนะคะ หลายคนคงสงสัยว่าทำไมต้องอาบน้ำที่อื่นให้มันยากเย็นทั้งๆ ที่ในรถบ้านก็มีห้องอาบน้ำ คืองี้ค่ะ ถ้าเราอาบน้ำหรือล้างจาน ล้างมือ และทิ้งน้ำเสียเยอะๆ น้ำเสีย (Greywater) พวกนี้ จะไปรวมตัวและสะสมอยู่ใน ถังเก็บน้ำเสียในรถ ซึ่งถังเก็บน้ำเสียนี้ จะเก็บน้ำเสีย (Greywater) ได้ประมาณ 100 ลิตร และจะมีเสียงเตือนหากเกือบเต็มแล้ว ซึ่งความยุ่งยากเกิดขึ้นก็ตรงนี้แหละค่ะ

น้ำเสีย (Greywater)

น้ำเสีย (Greywater) ในที่นี้คือ น้ำที่มาจากการอาบน้ำ ซิงค์ล้างจาน และ ซิงค์ล้างมือในห้องส้วม แต่จะไม่รวมถึงส่วนของชักโครกนะคะ เพราะส่วนของชักโครกหรือของเสียที่มาจากการขับถ่ายนั้น จะมีถังเก็บแยกออกไปค่ะ ในถ้งนี้ก็จะมีสารเคมีที่ใช้ดับกลิ่นของเสียเหล่านี้ค่ะ ซึ่งถ้าเต็มก็จะมีสัญญาณเตือน เป็นแสงสีแดงๆ และพอถึงเวลาที่ต้องเอาไปเททิ่้ง ก็แค่ถอดถังนี้ และหิ้วไปทิ้ง ณ จุดที่เค้าให้ทิ้งนะคะ

กลับมาเรื่องน้ำเสียในรถต่อค่ะ ถ้าเราใช้น้ำมากๆ สัญญาณจากเซนเซอร์ก็จะดัง ปิ๊บ.. ปิ๊บ.. และถ้าเราไปกดดู ที่ปุ่ม "CHECK" แถบนี้ก็จะแสดงผล ให้เห็น ตามรูปเลยค่ะ
ตัวแสดงเซนเซอร์บนรถบ้าน
ตัวแสดงเซนเซอร์บนรถบ้าน
จากตัวอย่างในรูป จะเห็นว่า มีสัญลักษณ์ S1, S2, S3 และ S4 พวก S นี้คือ ถังเก็บน้ำ ที่เป็นทั้งน้ำดีและน้ำเสียที่มีอยู่ในรถทั้งหมด อธิบายง่ายๆ ดังนี้
  • S1 คือ ถังเก็บน้ำดี หรือ น้ำก๊อกที่เราเติมไว้เพื่อเอามาใช้ อาบน้ำ, ล้างจ้าน, ล้างมือ ซึ่งถ้าดูในรูป ที่แถบจะแสดงให้เห็นว่า น้ำในถังเก็บ S1 นั้นมีน้ำอยู่แค่ 1 ส่วน ใน 3 ส่วน แปลง่ายๆ ว่า น้ำจะหมดถังแล้วจ้าา .. ถ้าตอนแรกๆ ที่เราเติมน้ำในเข้าไป มันจะแสดง S1 (3/3) ซึ่งแปลว่า เรามีน้ำดีอยู่เต็มถังค่ะ
  • S2 คือ ถังน้ำดี สำรองอีก 1 ถัง ถ้าเรามีนะคะ มันจะ แสดงด้วยแต่ในรถบ้านคันนี้มีถังเก็บน้ำดี อยู่แค่ถังเดียวค่ะ เพราะฉนั้น S2 ก็ข้ามไป
  • S3 คือ ถังเก็บน้ำเสีย (Greywater) ซึ่งถ้าดูในรูปจะเห็นว่า ตอนนี้แถบแสดงให้เราเห็นว่า มีน้ำเสียอยู่ 2 ใน 3 ของถังแล้วนะ และถ้ามันเปลี่ยนเป็น 3/3 ก็แปลว่า ถังน้ำเสียเต็มค่ะ ต้องระบายออก (ในระหว่างรถกำลังวิ่งๆ อยู่บนท้องถนน ถ้าถัง S3 แสดงที่ 3/3 เราก็จะได้กลิ่นที่เหม็นๆ พร้อมกับรถต้องแบกน้ำหนักของน้ำเสีย ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันไปอีกค่ะ)
  • S4 คือ ถังเก็บน้ำเสีย (Greywater) สำรอง ถ้าเรามี แต่รถคันนี้ไม่มีค่ะ งั้นก็ข้ามไป
การจัดการ กับน้ำเสีย (Greywater) ก็คือการระบายน้ำเสียจากถังเก็บน้ำเสีย ซึ่งรูระบายน้ำเสียนี้ จะอยู่บริเวณท้ายรถ แต่รถบ้านบางคันอยู่ตรงกลางๆ รถ อันนี้แล้วแต่การออกแบบของแต่ละคันเลยนะคะ ขั้นนตอนจัดการ กับน้ำเสีย
  1. ป้ายสำหรับ ที่ทิ้งน้ำเสีย ในยุโรป
    ป้ายสำหรับ ที่ทิ้งน้ำเสีย ในยุโรป
    เริ่มต้นด้วยการ มองหาสัญลักษณ์ แบบนี้
  2. หลังจากนั้นก็ต้อง กะระยะ ของรถให้ รูระบายของเสียของรถ อยู่ตรงกับพื้นที่ ที่ให้ระบายน้ำเสีย ส่วนใหญ่แล้ว หน้าตาของที่ระบายน้ำเสียนี้จะอยู่ด้านล่างเป็นแถบๆ ยาวๆ มีรูๆ และน้ำเสียก็จะไหลลงรูแบบนี้ค่ะ


  3. ลักษณะของจุดที่ให้ปล่อยน้ำเสียจากรถบ้าน
    ลักษณะของจุดที่ให้ปล่อยน้ำเสียจากรถบ้าน
    หลังจากเล็งได้ที่แล้วก็ต้องจอดรถ และ ไปเปิดที่เก็บของบริเวณหลังรถ พร้อมกับเปิดวาล์วของท่อทิ้งน้ำเสียในรถ ซึ่งวาล์วนี้จะมีให้เลือกปล่อย 2 แบบ คือเปิดท่อแบบ ครึ่งเดียว น้ำเสียที่ไหลออกมาก็จะ ช้าๆ ไม่รุนแรง และเปิดท่อแบบ 100% ท่อก็จะเปิดเต็มที่ น้ำก็จะไหลออกมาอย่างแรง เรื่องกลิ่น ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ..
กลับมาเรื่องอาบน้ำกันต่อนะคะ ในบางที่ของ Camping ที่เราเลือกไปจอดบางที่จะมีบริการห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องซักล้างให้ด้วยซึ่งจะสะดวกสบายมาก และเราไม่จำเป็นต้องอาบน้ำในรถ หรือใช้น้ำในรถเลยค่ะ แต่ข้อเสียคือ มันไม่ฟรีค่ะ!!! เค้าจะเก็บเงินเราตั้งแต่วันละ 5-20 ยูโร ต่อคน ต่อวัน และราคาก็แล้วแต่ว่า Camping นั้นๆ จะมีความสะดวกสบายแค่ไหน บางที่ จ่ายถูก แต่ให้เราหยอดเหรียญที่ละ 1 ยูโร สำหรับน้ำอุ่น ซึ่งมันจะอุ่นแค่ 3 นาทีแค่นั้นก็ต้องหยอดต่อๆ และราคาขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศด้วยนะคะ เช่น Camping Ground ที่ประเทศเยอรมันแบบ 5 ดาวจะเก็บวันละ 30 ยูโรสำหรับ 2 คน ต่อวัน แต่หากเราเลือกที่จอดรถแบบวิวดีๆ ฟรีๆ อยู่ในป่า หรืออยู่บนเขา เราก็จะเลือกอาบน้ำนอกรถบ้านด้วยถุงน้ำอุ่น พลังงานแดด หรือ แสงอาทิตย์เพราะฟรีและไม่ต้องเสียพลังงานในรถค่ะ

ถุงน้ำอุ่น พลังงานแดด หรือ แสงอาทิตย์

ก่อนจะเลือกซื้อก็ต้องดูก่อนว่า เราจะซื้อมาใช้อาบสำหรับกี่คน ขนาดไหนถึงจะพอดีค่ะ ซึ่งถุงนี้ มันจะมีให้เลือกหลายรุ่น หลายยี่ห้อ หลายขนาด สรุปคือ คุณสามี ก็คำนวนและตัดสินใจซื้อมาที่ถุงขนาด 19 ลิตร
ถุงน้ำอุ่นพลังงานแสงอาทิตย์
ถุงน้ำอุ่นพลังงานแสงอาทิตย์
ซึ่งน่าจะพออาบน้ำหรับ 2 คนค่ะ หลังจากลองอาบแล้วก็สรุปได้ว่า จำนวนน้ำพออาบน้ำสำหรับ 2 คนจริงๆค่ะ แต่.... หากคุณผู้หญิงที่ผมยาว อยากสระผม อันนี้น้ำจะไม่พอแน่นอนค่ะ เพราะฉนั้นต้องอาบน้ำอย่างเดียวนะคะ สำหรับสระผมต้องไปสระที่อื่นๆ มาดูวิธีใช้งานกันนะคะ
  1. ใส่น้ำให้เต็มถุง
  2. เลือกวางถุงในที่ ที่มีแดดจัดๆ และไม่มีร่มเงาใดๆ มาบังนะคะ จะวางที่สนามหญ้าหรือ บนหลังคารถก็ได้ค่ะ วางไว้แบบนั้นสัก 3-5 ชั่วโมง เราก็จะได้น้ำที่อุ่นสบายเลยค่ะ
  3. พอจะอาบน้ำก็มองหาต้นไม้ ที่มีกิ่งแข็งแรงๆ สูงๆ หน่อยนะคะ เพราะถ้าไม่สูง เราก็ต้องนั่งอาบค่ะ หาที่ได้แล้วก็จัดการผูก และแขวนถุงได้เลยค่ะ
  4. อาบน้ำก็ หาชุดว่ายน้ำ หรือจะเปลือย ก็ได้นะคะ แต่ก็สงสารคนอื่นๆ ที่ต้องดูเราอาบน้ำด้วยนะคะ

หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องอาบน้ำอุ่น? ทั้งๆ ที่เราเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน (Summer) อยู่แล้ว ไม่ใช่ช่วงหน้าหนาว หรือ มีหิมะตก .. ใช่ค่ะ หน้าร้อนของยุโรปจะมีแดดที่ร้อน อุณหภูมิจะประมาณ 28-35 องศา แต่ในยุโรปน้ำก๊อก และ น้ำในแม่น้ำ จะเย็นเหมือนน้ำในตู้เย็นนะคะ และตกเย็นๆ ค่ำๆ แดดเริ่มหาย อากาศก็จะเริ่มเย็นลง ๆ ซึ่งพอมืดก็ต้องหาเสื้อกันหนาวมาใส่กันเลยค่ะ สรุปคือ อาบน้ำอุ่นดีที่สุดค่ะ..

เพิ่มเติม เคล็ดลับ ที่ไม่ลับ