แกงเขียวหวานเจ หรือแกงเขียวหวานไก่(ปลอม)

แกงเขียวหวานไก่เจ
แกงเขียวหวานไก่เจ
อย่างที่เกริ่นๆ ในตอนแนะนำตัว ผู้เขียนเป็นผู้หญิงที่ทำอาหารไม่ค่อยจะเก่ง ทำได้แค่อาหารไทย อาหารฝรั่ง ทำเป็นแค่บางอย่าง อาหารไทยก็บางอย่าง (ตอนอยู่บ้านแม่ก็บ่น ว่าทำอะไรไม่เป็นเลยมีสามีจะทำไง? จะทำอะไรให้เค้ากิน? เอิ่มม...ตอนนั้นยังไม่มีสามีเลยไม่ได้แคร์ เชิ่ดใส่คุณแม่เลยค่ะ .. 555) เลยทำให้เมนูส่วนใหญ่ที่ทำทาน จะเป็นอาหารไทยค่ะ เพราะเราเป็นคนไทยขาดอาหารไทยไม่ได้เลยต้องกินข้าวมากกว่ากินขนมปัง วันนี้จะมาทำเมนูง่ายๆ ที่ชาวบ้านอื่นๆ ก็ทำทานกันแต่ที่มันไม่เหมือนกับคนอื่นๆ คือ มันเป็นแกงเขียวหวานไก่เจค่ะ เนื่องจาก คุณสามี ไม่กินเนื้อสัตว์ หรือส่วนผสมที่มาจากสัตว์เลย เพราะฉนั้นก็ต้องคิดต้องดัดแปลงสูตรอาหารไทย ให้เป็นเจ ทั้งหมดค่ะ แต่ถ้าอาหารบางอย่างหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ไม่ได้ เราก็ทานคนเดียวแล้วก็ไล่เค้าไปกินขนมปังทาแยมซะ 555...

ว่าด้วยเรื่องของคุณสามี แอบนินทาเค้านิดนึง คือตอนเค้าเกิดและเติบโตมาก็ กินเนื้อสัตว์เหมือนทุกๆคนนั่นแหละค่ะ แต่พออยู่ไปอยู่มาอายุเกือบจะ 40 เค้าก็เริ่มมองเห็นคนรอบๆ ตัวเค้าเริ่มงดเนื้อสัตว์ทีละคนๆ สาเหตุที่คนยุโรปจำนวนหนึ่ง(จะเป็นจำนวนมากน้อยเท่าไหร่อันนี้ไม่ทราบจริงๆค่ะ) หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ สาเหตุหลักๆ คือเค้าไม่อยากเห็นการฆ่าสัตว์ที่มากมายในอุตสาหกรรมของสัตว์เลี้ยงและต้องนำมาฆ่าเพื่อให้เรากินกันค่ะ ซึ่งบางคนอาจจะเคยดู Doucmentary หรือสารคดี เกี่ยวกับโรงฆ่าสัตว์ใหญ่ๆ ในยุโรป เราได้ดูทีหนึ่งก็อดสงสารสัตว์พวกนั้นไม่ได้ งดกินเนื้อสัตว์ไปช่วงนึง แต่พอกลับมาไทย เพื่อนๆพาไปกินแต่หมูกะทะ เลยต้องเลยตามเลย กลับมากินเนื้อสัตว์อีกครั้ง (เป็นคนดี ไม่อยากขัดใจเพื่อนๆ อิอิ) ซึ่งนี่เองทำให้เค้ากลายเป็นคนไม่กินเนื้อสัตว์มานานกว่า 4-5 ปีละ

กลับมาเรื่องเมนูอาหารวันนี้กันค่ะ วันนี้เราจะมาทำ แกงเขียวหวานไก่(ปลอม) หรือแกงเขียวหวานไก่เจ กันค่ะ ส่วนผสมของเมนูนี้ก็ เหมือนๆ คนอื่นๆ คือ
  1. เครื่องแกงเขียวหวาน : อันนี้ผู้เขียนซื้อมาจากห้างใหญ่ๆ ที่เมืองไทย ตกถุงละ 15-20 บาท คือซื้อเครื่องแกงมาโหลนึงและหิ้วขึ้นเครื่องมาเลย แต่ถ้าไม่ได้ซื้อมาจากเมืองไทย ก็ไม่เป็นไรค่ะ ที่เยอรมันจะมีร้านขายของ ของคนเอเชียอยู่ เค้าก็จะเอามาขายแบบเป็นขวด รสชาติ ก็เหมือนๆกันน่ะค่ะ ในฝรั่งเศษ ที่ห้างคาร์ฟูก็มีเครื่องแกงเขียวหวานขาย
  2. กะทิ : อันนี้ไม่จำเป็นต้องหิ้วมาจากเมืองไทยนะคะ ที่ไหนก็มีค่ะ ในเยอรมัน สเปน ฝรั่งเศส ฯลฯ หาซื้อได้ง่ายๆเลย จะเลือกแบบแยกน้ำกับหัวกะทิ หรือ ซื้อแต่หัวกะทิมาแล้วเติมน้ำเอาเองก็ได้ค่ะ ไม่ต่างกันมาก
  3. มะเขือม่วง และแตงกวา: สำหรับบ้านเราจะใส่มะเขือพวงหรือมะเขือเปาะ ลอยๆ เป็นไม้ประดับ ผู้เขียนไม่เคยกินมะเขือในแกงเขียวหวานเลยค่ะ เพราะคิดว่ามันเป็นแค่ผักที่เอามาตกแต่งเฉยๆ เลย กินแต่ไก่, เลือดไก่ หรือลูกชิ้นปลาในแกงเขียวหวาน ไม่รู้ว่าชาวบ้านคิดกันแบบนี้? แต่ในแกงเขียวหวานไก่ปลอมนี้ เราก็จะใส่ผักเป็นหลัก เพราะฉนั้นให้เตรียมมะเขือม่วงกับแตงกวา
  4. เกลือ : แกงเขียวหวานถ้าไม่ใส่น้ำปลาก็ไม่อร่อย แต่คุณสามีกินน้ำปลาไม่ได้ เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นเกลือแทนค่ะ
  5. ไก่ปลอม (Fake Chicken) : สำหรับไก่ปลอมนี้ ก็หาซื้อมาได้ที่ร้านขายของ ของคนเอเชียที่เยอรมันค่ะ มีทั้งไก่ปลอม เป็ดปลอม และ เป๋าฮื้อปลอม ทุกๆอย่างนำเข้ามาจากไต้หวัน และทำมาจากเต้าหู้ค่ะ รสชาติก็พอแทนไก่ได้บ้างนิดนึง
  6. น้ำตาล : น้ำตาลโตนดนี้หิ้วมาจากเมืองไทยค่ะ แต่นี่ต่างประเทศก็จะมีให้เลือกซื้อพวก น้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลธรรมดาๆ อยู่แล้วนะคะ แต่เลือกน้ำตาลไทยๆ ดีกว่าค่ะ อร่อยกว่าเยอะ
  7. ใบมะกรูด : ถ้าสามารถเก็บมาจากบ้านและหิ้วมาได้ พอมาถึงที่นี่ก็แค่แช่ช่องน้ำแข็งไว้ แค่นี้ก็มีใบมะกรูดฟรีๆ ละ แต่... ถ้าไม่มี ก็ไม่เป็นไรค่ะ ผู้เขียนก็ไปซื้อที่เดิมค่ะ มีขายแบบแช่แข็ง จากนั้น ก็จัดการเอาออกมาและแช่น้ำทิ้งไว้สักพัก

วิธีทำ แกงเขียวหวานไก่เจ มีขั้นตอนตามนี้ค่ะ

  • เตรียมพวกผักล้างๆ หั่นๆ พอคำ พอหั่นๆ มะเขือม่วง อาจจะดูว่ามันเยอะแต่พอต้มๆไปเรื่อยๆ มันก็จะหดไปเอง
  • จากนั้นก็เปิดกระป๋องไก่(ปลอม) ด้วยที่เปิดกระป๋องสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (Belong to his GrandMom) และจัดการหั่นๆให้พอคำ ตลกไก่ปลอมของคนจีน เค้าทำได้ละเอียดมาก ถ้าดูใกล้ๆจะเห็นเหมือนตุ่มๆ เหมือนหนังไก่ คือคนกินจะได้อารมณ์ไก่มากกกก
  • คุณสามีบอกว่า อยากได้ไก่(ปลอม) แบบกรอบๆ เลยตั้งไฟ พร้อมใส่น้ำมันและทอดไก่ก่อนเลยค่ะ ทอดไปทอดมาจนเหลืองก็ตักออกพักไว้
  • จากนั้นก็ใส่เครื่องแกงเขียวหวานลงไปผัดๆ จนมีกลิ่นหอมและแห้ง
  • เครื่องแกงดูแห้งๆ ละก็ใส่กะทิลงไปเลยค่ะ กะทิก็กะเอาให้พอดีๆ กับหม้อละกันนะคะ อันนี้เราทำกินเองชิลๆ ค่ะ ไม่ต้องชั่งต้องตวงมันเสียเวลา กะๆเอา พอใส่หัวกะทิลงไปก็เคี่ยวๆจนกะทิแตกมัน
  • พอกะทิแตกมันก็เอาไก่(ปลอม) ใส่ลงไป และตามด้วยมะเขือและแตงกวาค่ะ
  • เคี่ยวไปมาสักพักก็เปลี่ยนจะกะทะเป็นหม้อเล็กๆ ครั้งนี้ทำทานกันเยอะหน่อยเพราะว่า ด้านนอกฝนตก ออกไปไหนไม่ได้ค่ะ ต้องทำไว้กินกันสัก 2 มื้อ
  • พอต้มๆ จนมะเขือเปื่อยๆ ก็ปรุงรสตามใจชอบเลยค่ะ จะเน้นหวานมากก็ใส่น้ำตาลมากหน่อย เกลือน้อยหน่อย
  • พอทุกอย่างดูโอเคพร้อมทานก็จัดการฉีกใบมะกรูดลงไป เพื่อ.. ?? น่าจะเพื่อกลิ่นที่หอมมากขึ้น หรือแค่ประดับหม้อ อันนี้ก็ไม่ทราบค่ะ เห็นเค้าใส่กันก็หามาใส่ด้วย
  • พอเสร็จก็จัดการตักๆๆ ใส่จาน จะทานกับ ข้าวสวยหรือ หมี่ขาว เส้นเล็ก หรือเส้นมาม่า ได้หมดค่ะ
มื้อนี้ก็จบลงด้วยความอิ่ม คุณสามีทานไป สองจาน สำหรับเราก็แอบตักน้ำแกงเขียวหวานแยกไปต้มกับน่องไก่ที่เตรียมไว้อย่างลับๆ พอไก่สุก ก็เติมน้ำปลาลงไปในหม้อเรา แค่นี้ก็ได้รสชาติที่สุดยอดแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ขอตัวไปล้างจานก่อนนะคะ Bye...#(^_^)#
เพิ่มเติม เมนูอาหารระหว่างทาง